การตลาดแบบไทย ตอน 3/3 นม และความวาบหวิว

คงเคยได้ยินคำว่า สัญลักษณ์ “18+” คือสัญลักษณ์เชื้อเชิญแทนที่จะเป็นคัดกรอง ผมก็เห็นว่าจะจริงอยู่พอสมควร ในตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายของการตลาดแบบไทย ที่ได้นิยามไว้ว่ามี 3 เรื่องคือ ผี ชิงโชค นม !! โดยเขียนไปแล้วสองส่วนใน ตอนแรก กับ ตอนที่สอง  ในตอนนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่องสุดท้ายคือการตลาดที่ใช้เรื่องของสื่อที่น่าจะเรียกได้ว่า เชิง 18+ เป็นสื่อประชาสัมพันธ์หรือช่วยกระตุ้นการขายก็ว่าได้ การตลาดแบบไทย ตอนจบ นม และความวาบหวิว อันที่จริงแล้วเรื่องนี้ใช้กันทั่วโลกไม่ใช่ Thailand Only แต่ทว่าเป็นการตลาดที่ได้ผลดีประการหนึ่งในสามประการของไทย ซึ่งคงต้องถือว่าเป็น “เครื่องมือ” ที่ช่วยในสื่อหรือการทำการตลาดเสียมากกว่า ในแง่การใช้สื่อเรื่องเพศ หรือ 18+ เป็นตัวช่วยในการตลาด ซึ่งมีทุกวงการไม่จำเพาะการทำสื่อโฆษณาสินค้าเท่านั้น ในสื่อบันเทิงต่างๆ ธุรกิจร้านอาหาร หรือเป็นส่วนหนึ่งอันเป็นจุดขายโดยตรง เช่น ผับ บาร์ สถานท่องเที่ยวต่างๆ ไปเลยก็มี   ประโยชน์การตลาด Awareness – Interest สร้างการรับรู้หรือจุดสนใจ คือปัจจัยแรกของการใช้เครื่องมือนี้ คงนึกออกกันได้ดี และมันได้ผลอย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะมันคือประตูไปสู่สินค้าหรือจุดประสงค์แรกของการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ […]

การตลาดแบบไทย ตอน 2/3 ชิงโชค เสี่ยงดวง

การตลาดแบบไทยๆ ตอน 2 จาก ตอนแรก ที่กล่าวถึง การตลาดแบบไทยๆ โดยบอกไว้ว่า ผี ชิงโชค นม !! และเขียนในเรื่อง การตลาดความเชื่อ ไปแล้ว ตอนนี้จะมาว่ากันต่อในหัวข้อ ชิงโชค ที่เป็นการตลาดแบบไทยๆ ที่ได้รับความสำเร็จอย่างยิ่งโดยที่ไม่ต้องบอกตัวอย่างก็คงนึกออกว่าเป็นอย่างไร เราลองมาดูกันในเรื่องนี้กัน   การตลาดแบบชิงโชค เสี่ยงดวง เราอาจเรียกการตลาดประเภทนี้ว่า Lotto Marketing (การตลาดล๊อตเตอรี่) ที่มีมาอยู่ยาวนานกับสังคมไทย เมื่อครั้งประถม ผมคุ้นๆ ว่าเคยได้ยินครูในชั้นเรียนพูดว่า “คนไทยชอบการพนัน” ทั้งที่กฎหมายบ้านเรานั้น “ไม่ให้มีการพนัน” โดยครูสร้างค่านิยมที่ว่า โจรขึ้นบ้านครั้งหนึ่ง ไม่เท่าไฟไหม้บ้าน, ไฟไหม้บ้าน ไม่เท่าเสียการพนัน นั่นคือคำสอนที่ปลูกฝัง แต่..   โปรโมชั่น ไม่ใช่การพนัน.. นี่คือสิ่งที่ทำให้รู้สึกแบ่งแยก แต่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นนักเพราะได้มีการออก พรบ. และกฎกระทรวง ฉบับเพิ่มเติมเรื่อยมาเพื่อควบคุมการทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในรูปแบบนี้ ถึงแม้จะออกมาอย่างไร ก็ไม่สามารถปิดกั้นการชวนเชื่อเหล่านี้โดยตรงได้ ดังที่เห็นกันอยู่ และต่อต้านกันอยู่เนืองๆ อย่างไรก็ตามเรามาลองดูกันต่อว่า อะไรคือปัจจัยของการตลาดรูปแบบนี้ […]

การตลาดแบบไทย ตอน 1/3 การตลาดความเชื่อ

การตลาดแบบไทยๆ อยากจะเขียนบทความการตลาด เรื่องนี้นานแล้ว ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับกลยุทธ์การตลาด มากกว่าแผน หรือภาพรวม ถือว่าเป็นเอกลักษณ์การตลาดจำเพาะของไทย ไม่ได้หมายความว่าการตลาดโดยทั่วไปใช้ไม่ได้ แต่เป็นสิ่งที่มักได้ผลดีกว่าเสมอๆ การตลาดแบบไทยๆ ที่ว่านี้ ก็ มี ผี ชิงโชค นม !! (การตลาดความเชื่อ, การตลาดชิงโชค, การตลาดเรื่องเพศ) และน่าจะเรียกได้เล่นๆ ว่า Thailand Only Marketing เรื่องนี้ไม่ใช่ Trend หรือ กระแส เป็นการตลาดที่แฝงอยู่คู่สังคมไทยมานานแล้ว แน่นอนว่า หากได้กระแสเกี่ยวข้องกับ 3 เรื่องนี้เข้าร่วมด้วยแล้ว ผลลัพธ์คือดังอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ก็ต้องดูด้วยว่า ดังดี หรือ ดังดับ การตลาดความเชื่อ โดยที่จริงแล้วไม่ใช่เรื่องผี แต่นี่คือตัวแทนของสิ่งที่มองไม่เห็น เชื่อหรือไม่ว่านี่เป็นของที่แรงอย่างแท้จริง ขณะที่ผมเขียนแทนว่าผีนี้ อาจมีคนรู้สึกไม่ดี ไม่ชอบใจที่เหมารวมสิ่งที่มองไม่เห็นนี้ว่าผี ไปหมดก็ว่าได้ (ก็บอกแล้วว่าเรื่องนี้แรง) อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้เจตนาที่ว่ากันด้วยเรื่องการตลาด ที่เขียนว่า ผี ชิงโชค นม นี้จงใจให้ดูน่าสนใจ(แบบการตลาดๆ […]

Circuit Breaker 2 วันติด ประวัติศาสตร์ การลงทุน

ผมเขียนเรื่องนี้ ในวันที่ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ของการลงทุนหน้าหนึ่งของไทย นั่นคือการเกิด Circuit Breaker เป็นครั้งที่ 2 ซึ่งใจจริงอยากจะเขียนถึงตั้งแต่วันแรกที่เกิด แต่หลังจาก Circuit breaker ครั้งแรกผ่านไป ตลาดยังไม่สู้ดีทั้งในและต่างประเทศ ในเชิงเทคนิคแล้ว อาจยังไม่สุด ก็เลยเลือกว่าจะมาเขียนอีกวัน โดยไม่คาดเดาหรอกว่าจะมา เกิดอีกครั้ง ในวันนี้ (วันที่เขียน) ตอนที่เห็นสภาพตลาดต่างประเทศเมื่อคืนที่เกิดวันแรก (12/03/2563) แล้ว ก็แอบลุ้นแต่ว่า จะมี circuit breaker อีกรอบไหม.. (ที่ลุ้นได้ เพราะไม่มีหุ้นในมือเลย) Circuit breaker เป็นมาตรการหนึ่งของตลาดหุ้น คือการหยุดทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ชั่วคราว แบ่งเป็น 2 รอบ ดังนี้ รอบแรกกรณีที่ดัชนีตลาดตกลง หรือลบ ถึง 10% โดยจะหยุดทำการซื้อขายเป็นเวลา 30 นาที และรอบสอง หากเปิดตลาดแล้ว ดัชนีตลาด ตก หรือลบไปอีกถึง 20% ก็จะเข้าสู่ Circuit breaker ได้อีกครั้ง […]

ตลาดหุ้นไทยไม่กี่วันที่ผ่านมา บอกอะไรเรา (กุมภา 63)

เรื่องนี้คนไม่ได้ลงทุน หรือรู้เรื่องหุ้น ก็อ่านได้ ที่จริงมีอีกบทความที่เขียนค้างไว้.. ก็นั่นแหละครับ เขียนค้างไว้เต็มตามเคย เป็นนิสัยที่พยายามแก้ให้ได้ เพราะเมื่อใดเขียนค้างจะค้างจริง ๆ กำลังพยายามเปลี่ยนนิสัยให้เขียนแล้ว เขียนให้จบในทันที  เข้าประเด็น ราว 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่ว่าท่านจะสนใจหรือไม่ก็ตาม แต่ผ่านมาอ่านแล้วก็อยากให้สนใจสักหน่อย นับจากประมาณวันที่ 13 ก.พ. จนถึง วานนี้ 28 ก.พ. ปีนี้ 2563 คือวันศุกร์ วันสุดท้ายของการทำการตลาดหุ้นไทยประจำสัปดาห์ เพราะหยุดเสาร์ อาทิตย์ (สำหรับคนที่ไม่รู้) ดัชนีหุ้นไทย ตก หรือ ลบ มากว่า 200 จุด จาก (ประมาณ) 1540 เหลือ 1340 คงมีคำถามว่า มันเยอะขนาดไหน คำตอบที่น่าจะพอเข้าใจได้คือ “วิกฤติ” ระดับหนึ่งเลย คงพอทราบจากส่วนหนึ่งว่า ไวรัสโคโรน่า เดิมหรือ โควิท (covid 19) ชื่อทางการปัจจุบัน […]

ผู้ทวีปัญญา Multipliers ในสังคมเรา ๆ

“Multipliers” เป็นหนังสือเกี่ยวกับผู้นำ การจัดการคน บริหารคน เขียนโดย Liz Wiseman และ Greg McKeown แปลเป็นไทยชื่อ “บริหารแบบผู้นำ สร้างคนให้เป็นอัจฉริยะ” โดยคำว่า Multipliers ในเล่มนี้แปลไว้ว่า “ผู้ทวีปัญญา” หรือ “ผู้นำแบบทวีปัญญา” เป็นหนังสือที่ดีมาก ๆ เล่มหนึ่ง ก็ช่างเป็นเรื่องบังเอิญที่ในเวลา ใกล้ ๆ กันผมอ่านเรื่องนี้ต่อจาก Mindset โดย Carol Dweck ซึ่งก็ชื่นชอบ และมีแก่นแนวคิดที่ไม่ต่างกันนัก แต่สำหรับ Multipliers เป็นหนังสือเน้นไปในทางการเป็นผู้นำ เมื่อผมลองนำมาปรับใช้ และตั้งสังเกต กลับพบว่าอาจมีปัญหากับสังคมไทยบางประการ.. ย้อนไปที่หนังสือกันก่อน ผู้เขียนเล่มนี้ได้วัตถุดิบมาจากการวิจัย และสรุปวิเคราะห์ออกมาว่าผู้นำมีสองประเภท คือ “ผู้บั่นทอนปัญญา (Diminishers)” และ “ผู้ทวีปัญญา (Multipliers)” ซึ่งมีความตรงข้ามกันชัดเจน ทว่าข้อสังเกตหนึ่งของหนังสือเล่มนี้คือ เหล่าผู้นำ หรือ รายชื่อองค์กรท้ายเล่ม เกินครึ่งเป็นบริษัทมีชื่อเสียง และมักเป็นบริษัทฝั่งตะวันตก ตรงนี้อาจมีบริบทต่างกันกับบ้านเรา […]

ถุงพลาสติก เลิกใช้ถุง.. เพื่อใคร?

ช่วงนี้เราจะเห็นกระแสร้านค้าใหญ่ ๆ เลิกและงดให้ถุงพลาสติกไม่ว่าจะเป็นห้างฯ ซุปเปอร์มาร์เก็ตและอีกหลายที่ ที่เห็นเป็นข่าวแบรนด์เสื้อผ้าดังอย่าง uniqlo (สาขาในไทยยัง จากที่ไปซื้อยังได้ถุงพลาสติกอยู่) และล่าสุดกับการประกาศของ 7-11 ที่จะยกเลิกในปี 2020 กล่าวคือ ปีหน้านี้เอง ซึ่งจะมีการทดลองในช่วงปลายปีนี้ เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ผมเคยคิดหลายครั้ง จากการที่เห็นในหนัง ภาพยนตร์ต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก ซุปเปอร์มาร์เก็ตของต่างประเทศ มักจะให้ถุงกระดาษ คนที่ไปซื้อของก็หอบกันเอา หลายฉากก็จะมีการทำหล่น ทำขาด แม้กระทั่งทำทีว่าถือถุงซื้อของมาเหล่านี้ แต่ข้างในเป็นปืน ตอนดูหนังก็ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่า ทำไมไม่ใช้ถุงพลาสติกกันนะ มันสะดวกกว่าเยอะเลย หิวได้ ถ้าเทียบกันก็ขาดยากกว่า (เว้นแต่เจอถุงพลาสติกบางจริง ๆ) “สมัยก่อนมีถุงโชคดี”  ไม่นานมานี้พี่ท่านหนึ่ง ได้โพสต์ถุงกระดาษที่เป็นถุงกล้วยแขกแล้วเขียนคำบรรยายใต้รูปนั้นว่า เคยพับขาย ผมก็ไปตอบว่า เคยเช่นกัน เคยพับขาย และนึกย้อนไปอีกว่าสมัยก่อนร้านค้าจะให้ถุงกระดาษที่เราเรียกกันว่าถุงโชคดี โดยจะมีข้อความว่าโชคดีประกอบกับดารา หรือรูปเหมือนดารา แฟชั่น หรืออื่น ๆ บางแบบอีกด้านมีตารางสี่เหลี่ยมใช้สำหรับเล่นหมากฮอสได้ บางทีก็เป็นเกมส์งูตกบันได (ที่ทุกวันนี้บางคนอาจไม่รู้จัก) บ้างก็ไม่ได้เขียนโชคดี แต่เขียนว่า สวัสดี แต่ที่นิยมกว่าน่าจะเป็นคำว่าโชคดี […]

ถ้าธุรกิจไม่มี Facebook!?

ถ้าเราทำกิจการ, บริษัท, ธุรกิจ, หรือร้านค้า โดยไม่มี Facebook ได้ไหม? คำตอบในปี พ.ศ. 2563 นี้เห็นที่จะไม่ได้ แม้จะจำเป็นที่สุดต่อธุรกิจหรือไม่ แต่ส่วนใหญ่ก็คิดในทำนองว่า “มี ดีกว่า ไม่มี” แต่ถ้าเราไม่มี Facebook ขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ?… จากประเด็นข่าวในช่วงเดือน สิงหาคม 2563 ที่ผ่านมา การพยายามปิดกัน “กลุ่ม” ใน Social media คือ Facebook ของประเทศไทย ซึ่งประเด็นปัญหาจากเรื่องการเมือง โดยในทีนี้จะพูดในแง่ บทความธุรกิจ จึงไม่ได้เขียนเกี่ยวข้องกับเนื้อหา หรือมีความเห็นต่อข่าวนั้นแต่อย่างใด เพียงแต่จากประเด็นดังกล่าวทำให้คิดได้ว่าหากประเทศไทยเราแบน (ban) Facebook  ม่ให้ใช้ขึ้นมาเหมือนประเทศจีนจะเป็นอย่างไร?.. เบื้องต้นภาคประชาชนทั่วไป (ที่ไม่เกี่ยวด้านการค้าขาย) คงมีความเดือดร้อนแตกต่างกันไป เริ่มจาก เสียดายรูปภาพ, เสียดายเรื่องราวที่เคยโพสต์ เคยเขียน, กลัวหาเพื่อนไม่เจอ ต่อมาก็จะมีปัญหาเรื่องการผูกบัญชี คือใช้ Facebook สำหรับล๊อกอิน อาจจะจำไม่ได้ว่าผูกเว็บไซต์ […]